แผ่นลามิเนต พื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ วิธีเลือกซื้อให้เหมาะกับบ้านสมัยใหม่

S.J.Sourcing สรุปให้
- แผ่นลามิเนต (Laminate) วัสดุสังเคราะห์หลายชั้นที่เลียนแบบลายไม้ หิน หรือลวดลายอื่น มีจุดเด่นคือความทนทาน ติดตั้งง่าย และราคาเข้าถึงง่าย
- ค่า AC (Abrasion Class) มาตรฐานสำคัญที่บอกระดับความทนทานต่อรอยขีดข่วน มีตั้งแต่ AC1 ถึง AC5 ค่าที่สูงขึ้นหมายถึงความทนทานที่มากขึ้น
- การเลือกแผ่นลามิเนตต้องดูพื้นที่ใช้งาน พื้น ผนัง หรือเฟอร์นิเจอร์ เพื่อให้ได้สเปกที่ตรงจุด
- เทรนด์ปีนี้ เน้นลายไม้ธรรมชาติ สีมินิมอล ลายหินอ่อน สร้างบรรยากาศอบอุ่นและหรูหรา
- การติดตั้งระบบคลิกล็อกช่วยให้งานไว ไม่ต้องใช้กาว และปูทับพื้นเดิมได้
- การดูแลที่ถูกวิธี เช่น เลี่ยงความชื้นและสารเคมี ช่วยยืดอายุการใช้งานได้นาน
ลามิเนต วัสดุสำหรับตกแต่งและรีโนเวทพื้นที่ ด้วยลวดลายที่คล้ายไม้จริง ราคาที่เข้าถึงง่าย และการติดตั้งที่ไม่ยุ่งยาก ทำให้แผ่นลามิเนตตอบโจทย์ทั้งในเรื่องความสวยและประโยชน์ใช้สอย
บทความนี้ S.J.Sourcing จะชวนมาทำความรู้จักว่า ไม้ลามิเนต คืออะไร ให้มากขึ้น ตั้งแต่โครงสร้าง คุณสมบัติ วิธีเลือกซื้อ และการดูแลรักษา เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่าวัสดุอย่างลามิเนตจะเข้ากับบ้านหรือไม่ค่ะ
เลือกอ่านตามหัวข้อ
- S.J.Sourcing สรุปให้
- ลามิเนต คืออะไร และมีส่วนประกอบอะไรบ้าง ?
- ข้อดีและข้อจำกัดของแผ่นลามิเนต
- ประเภทของลามิเนตและค่า AC ที่ควรรู้
- การเลือกลามิเนตให้เข้ากับพื้นที่และวัตถุประสงค์การใช้งาน
- แผ่นลามิเนต แตกต่างจากวัสดุปิดผิวอื่น ๆ อย่างไร
- ลามิเนตกับผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
- การดูแลรักษาเพื่อยืดอายุการใช้งานแผ่นลามิเนต
- สรุป
ลามิเนต คืออะไร และมีส่วนประกอบอะไรบ้าง ?

ลามิเนต (Laminate) คือวัสดุสังเคราะห์ที่เกิดจากการนำวัสดุหลายชนิดมาซ้อนทับกัน และบีบอัดด้วยความร้อนและแรงดันสูงจนเป็นแผ่นเดียวกันที่มีความแข็งแรงทนทาน
วัสดุชนิดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเลียนแบบลวดลายของไม้ธรรมชาติ หิน หรือวัสดุอื่น ๆ ให้ดูสมจริง แต่มีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า โครงสร้างของแผ่นลามิเนตส่วนใหญ่ประกอบด้วย 4 ชั้นหลัก ได้แก่
- ชั้นเคลือบผิว (Overlay/Wear Layer) ชั้นบนสุดที่เคลือบด้วยสารเรซินใส ทำหน้าที่ป้องกันรอยขีดข่วน รอยขูด รังสี UV และความร้อน
- ชั้นลวดลาย (Decorative Layer) ชั้นฟิล์มที่พิมพ์ลายไม้ หิน หรือลวดลายต่าง ๆ ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์คุณภาพสูง ทำให้ได้ลวดลายที่คล้ายวัสดุจากธรรมชาติ
- ชั้นแกนกลาง (Core Layer/HDF Board) คือแผ่นไฟเบอร์บอร์ดความหนาแน่นสูง (High-Density Fiberboard) ที่ผลิตจากเส้นใยไม้บดละเอียดผสมกาวเรซินและอัดด้วยแรงดันสูง เป็นชั้นที่ให้ความแข็งแรงกับความคงตัวแก่แผ่นวัสดุ
- ชั้นปิดท้าย (Backing Layer) ชั้นล่างสุดที่ช่วยป้องกันความชื้นจากพื้นด้านล่าง และเสริมความแข็งแรงให้แผ่นไม่บิดงอ
ข้อดีและข้อจำกัดของแผ่นลามิเนต

การทำความเข้าใจทั้งข้อดีและข้อจำกัดของ laminate ช่วยให้ตัดสินใจเลือกใช้วัสดุได้เข้ากับพื้นที่และความต้องการใช้งานได้ดีขึ้นค่ะ
ข้อดีของลามิเนต
- ราคาเข้าถึงง่ายกว่าไม้จริง แต่ให้ความสวยที่ใกล้เคียงกัน
- ติดตั้งสะดวกและรวดเร็ว ด้วยระบบคลิกล็อกที่ทำให้การปูพื้นทำได้ไว
- มีลวดลายให้เลือกหลากหลาย เช่น ลายไม้ ลายหิน และลายอื่น ๆ
- ทนทานต่อรอยขีดข่วน ชั้นเคลือบผิวหน้าช่วยรับมือกับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้
- ดูแลง่าย แค่ทำความสะอาดด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ ก็พอ
- ส่วนประกอบหลักมาจากเศษไม้รีไซเคิล ช่วยลดการใช้ไม้จากป่าธรรมชาติ
ข้อจำกัดของลามิเนต
- ไม่ทนต่อน้ำขัง ถ้าสัมผัสน้ำเป็นเวลานานเกินไป พื้นผิวอาจบวมและเสียหายได้
- ซ่อมแซมเฉพาะจุดได้ยาก ถ้าเกิดความเสียหายหนัก จำเป็นต้องเปลี่ยนแผ่นใหม่
- มีอายุการใช้งานจำกัด ส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 10-25 ปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพและการดูแล
- ลวดลายอาจซ้ำกันได้ เพราะเป็นลายที่เกิดจากการพิมพ์
หากคุณกังวลเรื่องใช้งานระยะยาว แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม พื้นลามิเนต ข้อเสีย เพื่อเตรียมรับมือและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นค่ะ
ประเภทของลามิเนตและค่า AC ที่ควรรู้

เมื่อเลือกซื้อลามิเนต มีค่าที่เรียกว่า AC Rating ที่เป็นมาตรฐานที่บอกถึงความทนทานของผิวหน้าวัสดุ การเลือกค่า AC ให้เข้ากับลักษณะการใช้งานของพื้นที่นั้น ๆ ช่วยให้พื้นมีอายุการใช้งานที่นาน
นอกจากนี้ ยังมีลามิเนตประเภทที่เพิ่มคุณสมบัติกันน้ำ (Water-Resistant Laminate) โดยมีการเพิ่มสารกันน้ำในชั้นแกนกลาง ทำให้ทนทานต่อความชื้นได้มากกว่าลามิเนตทั่วไป เหมาะกับพื้นที่อย่างห้องครัว แต่ยังไม่สามารถทนต่อน้ำท่วมขังได้เท่ากับพื้น SPC ค่ะ
การเลือกใช้งานตามค่า AC Rating
ค่า AC (Abrasion Class) เป็นมาตรฐานจากสมาคมผู้ผลิตลามิเนตแห่งยุโรป (ELPF) ใช้วัดความทนทานต่อรอยขีดข่วน รอยบุบ และการเสียดสี ยิ่งค่าสูง ความทนทานและราคาก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
| ค่า AC Rating | พื้นที่ใช้งานที่แนะนำ |
|---|---|
| AC1 (Class 21) | พื้นที่ใช้งานน้อย เช่น ห้องนอน ห้องเก็บของ |
| AC2 (Class 22) | พื้นที่อยู่อาศัยทั่วไป เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร |
| AC3 (Class 23/31) | พื้นที่ใช้งานบ่อยในบ้าน (ห้องรับแขก ทางเดิน) และพื้นที่เชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก |
| AC4 (Class 32) | พื้นที่เชิงพาณิชย์ขนาดกลาง เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ สำนักงาน |
| AC5 (Class 33) | พื้นที่เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน |
สำหรับการใช้งานในบ้านพักอาศัยทั่วไป ค่า AC3 ก็พอแล้ว ใช้งานได้นาน 10-15 ปี การเลือกค่า AC ที่สูงเกินความจำเป็นอาจทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นค่ะ
การเลือกลามิเนตให้เข้ากับพื้นที่และวัตถุประสงค์การใช้งาน

ลามิเนตสามารถนำไปใช้ได้หลากหลายพื้นที่ในบ้าน ทั้งพื้น ผนัง หรือเฟอร์นิเจอร์ การเลือกประเภทและคุณสมบัติที่เข้ากับแต่ละพื้นที่ ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยกับใช้งานได้นานค่ะ
การเลือกลามิเนตสำหรับพื้น
พื้นลามิเนต ให้ความรู้สึกอบอุ่นคล้ายไม้จริง แต่ดูแลรักษาง่ายกว่า สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนเลือกใช้ ได้แก่
- ความหนา แนะนำ 8-12 มม. ยิ่งหนายิ่งแข็งแรงและช่วยเก็บเสียงได้มากขึ้น
- ค่า AC Rating AC3 เหมาะกับบ้านทั่วไป ส่วน AC4-5 เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีการใช้งานหนัก
- ระบบคลิกล็อค เลือกระบบที่ติดตั้งง่าย รอยต่อแน่นหนา และไม่เกิดการโก่งตัว
- สีและลวดลาย เลือกให้เข้ากับสไตล์บ้านและเฟอร์นิเจอร์ที่มีอยู่
การเลือกลามิเนตสำหรับผนัง
ลามิเนตสำหรับผนังช่วยเพิ่มมิติและความน่าสนใจให้กับห้อง โดยเฉพาะการทำผนังตกแต่ง (Feature Wall) สิ่งที่ควรพิจารณา ได้แก่
- ความหนา สามารถใช้ลามิเนตที่บางกว่าพื้นได้ (6-8 มม.) เพราะไม่ต้องรับน้ำหนักมาก
- น้ำหนัก ควรเลือกรุ่นที่น้ำหนักเบา เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับโครงสร้างผนัง
- การติดตั้ง ขึ้นอยู่กับพื้นผิวผนังเดิม อาจใช้กาวติดหรือติดตั้งกับโครงไม้รอง
การเลือกลามิเนตสำหรับเฟอร์นิเจอร์
แผ่นลามิเนตปิดผิวสำหรับเฟอร์นิเจอร์ (HPL - High Pressure Laminate) มีความหนาประมาณ 0.6-1.0 มม. ใช้สำหรับปิดผิวเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ค่ะ
- แผ่นลามิเนตสำหรับท็อปโต๊ะ สำหรับท็อปโต๊ะ ควรเลือก laminate ที่ทนรอยขีดข่วน ทนความร้อน และทนสารเคมีได้ โดยเฉพาะท็อปโต๊ะครัวที่ต้องสัมผัสกับความร้อนกับน้ำยาทำความสะอาด การเลือกลามิเนตผิวด้าน (Matte) ช่วยซ่อนรอยนิ้วมือและรอยขีดข่วนได้ดี
- แผ่นลามิเนตสำหรับตู้และชั้นวาง สำหรับตู้เสื้อผ้า ตู้รองเท้า หรือชั้นวางของ สามารถเลือกความหนา 0.6-0.8 มม. ได้ เน้นเลือกลายที่เข้ากับสไตล์ห้อง แบรนด์ลามิเนตที่เป็นที่รู้จักในงานเฟอร์นิเจอร์ ได้แก่ Formica, Wilsonart, Lamitak, Aica และ EDL
เทรนด์ลามิเนตปีนี้ มีอะไรน่าสนใจบ้าง ?
- ลายไม้ธรรมชาติและสีมินิมอล เทรนด์ที่มาแรงคือลายไม้โทนอ่อน เช่น ไม้โอ๊ค (Oak) ไม้วอลนัท (Walnut) ไม้แอช (Ash) ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เข้ากับการตกแต่งสไตล์สแกนดิเนเวียน ญี่ปุ่น และมินิมอล สีที่ได้รับความสนใจมาก ได้แก่ สีขาว สีเทาอ่อน สีครีม และสีไม้อ่อนธรรมชาติ
- ลายหินอ่อนและหินแกรนิต สำหรับคนที่ต้องการความหรูหราทันสมัย ลามิเนตลายหินอ่อนและหินแกรนิตก็เป็นอีกทางเลือกที่ให้ความสวยคล้ายหินจริง แต่มีราคาถูกกว่าและดูแลรักษาง่ายกว่าค่ะ
แผ่นลามิเนต แตกต่างจากวัสดุปิดผิวอื่น ๆ อย่างไร
| คุณสมบัติ | ลามิเนต | SPC Vinyl | ไม้จริง | กระเบื้องยาง LVT |
|---|---|---|---|---|
| ราคา (บาท/ตร.ม.) | 230-1,000 | 400-1,200 | 1,500-5,000+ | 300-800 |
| ความทนน้ำ | ปานกลาง | กันน้ำได้ดี | ไม่ทนน้ำ | กันน้ำได้ดี |
| ความทนทาน | สูง (AC3-5) | สูงมาก | สูงมาก | ปานกลาง |
| ความสมจริง | สูง | สูง | สูงสุด | ปานกลาง |
| การดูแลรักษา | ง่าย | ง่ายมาก | ต้องดูแลมาก | ง่ายมาก |
| อายุการใช้งาน | 10-25 ปี | 15-25 ปี | 30+ ปี | 5-15 ปี |
อ่านเพิ่มเติม: เปรียบเทียบ พื้นลามิเนต กับ กระเบื้องยาง เลือกอะไรดี ?
ลามิเนตกับผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

การเลือกวัสดุตกแต่งบ้านควรพิจารณาเรื่องสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก โดยเฉพาะเรื่องสารเคมีที่อาจระเหยออกมาจากวัสดุต่าง ๆ ค่ะ
มาตรฐานการปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์
กระบวนการผลิตลามิเนตมีการใช้กาวที่มีส่วนผสมของฟอร์มาลดีไฮด์ อาจระเหยออกมาและทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจได้ถ้ามีความเข้มข้นสูง ควรเลือกใช้ลามิเนตที่ผ่านมาตรฐานควบคุมการปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ ได้แก่
- มาตรฐาน E1 มาตรฐานของยุโรปที่ควบคุมการปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้สำหรับที่พักอาศัย
- มาตรฐาน E0 มาตรฐานที่เข้มงวดยิ่งขึ้น มีการปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ในระดับที่ต่ำมาก
- มาตรฐาน ENF มาตรฐานระดับสูงที่มีการควบคุมการปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ที่เข้มงวดมาก
การเลือกลามิเนตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
นอกจากมาตรฐานการปล่อยสารเคมี ยังมีสัญลักษณ์อื่น ๆ ที่ช่วยให้เราเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ มีดังนี้
- FSC (Forest Stewardship Council) เครื่องหมายรับรองว่าไม้ที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิตมาจากป่าที่มีการจัดการอย่างยั่งยืน
- Green Label ฉลากสิ่งแวดล้อมที่รับรองว่ากระบวนการผลิตส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย
- CE Mark เครื่องหมายที่แสดงว่าสินค้านั้น ๆ มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดด้านสุขภาพและความปลอดภัยของสหภาพยุโรป
การดูแลรักษาเพื่อยืดอายุการใช้งานแผ่นลามิเนต
- ทำความสะอาดเป็นประจำ ด้วยไม้กวาดหรือเครื่องดูดฝุ่นเพื่อกำจัดฝุ่นและเศษผง
- ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดทำความสะอาด หลีกเลี่ยงการใช้น้ำเปียกโชกในการถูพื้น
- หลีกเลี่ยงน้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง หรือน้ำยาเคลือบเงา เพราะจะทำลายชั้นผิวหน้าของลามิเนต
- ห้ามใช้แปรงที่มีขนแข็งขัดถู เพราะจะทำให้เกิดรอยขีดข่วนได้
- ถ้ามีน้ำหกบนพื้น ให้รีบเช็ดออกทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน
- ติดแผ่นสักหลาดรองขาเฟอร์นิเจอร์ เพื่อป้องกันรอยขีดข่วนจากการลากหรือเคลื่อนย้าย
สรุป
ลามิเนต (laminate) วัสดุตกแต่งที่ให้ความสวยคล้ายไม้จริงในราคาที่เข้าถึงง่าย ด้วยความสะดวกในการติดตั้ง ทำให้วัสดุชนิดนี้ใช้ได้กับหลายส่วนของบ้าน ทั้งพื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ ในการเลือกซื้อแผ่นลามิเนต ควรพิจารณาคุณสมบัติต่าง ๆ ให้เข้ากับพื้นที่ใช้งาน ดังนี้ค่ะ
- ค่า AC Rating ค่าที่บอกความทนทานต่อรอยขีดข่วน ควรเลือกให้สอดคล้องกับปริมาณการสัญจรในพื้นที่
- ความหนา เหมาะกับบ้านพักอาศัยทั่วไป ความหนา 8-12 มิลลิเมตร ก็เพียงพอต่อการใช้งาน
- มาตรฐาน E1/E0 การรับรองปริมาณสารฟอร์มาลดีไฮด์ในระดับต่ำ เพื่อสุขภาวะของผู้อยู่อาศัย
ถึงลามิเนตไม่ทนทานต่อน้ำและความชื้นสูง แต่ถ้าติดตั้งในพื้นที่แห้งกับดูแลถูกวิธี ก็มีอายุการใช้งานที่นานถึง 10-25 ปี เป็นวัสดุที่ตอบโจทย์บ้านยุคใหม่ค่ะ
อยากทราบงบประมาณชัดเจน ? อ่านต่อได้ที่บทความ ราคาพื้นไม้ลามิเนตต่อตารางเมตร


