พื้น SPC คืออะไร ? ข้อดีข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกใช้

S.J.Sourcing สรุปให้
- พื้น SPC คือ พื้นไวนิลแบบแข็ง (Rigid Core Vinyl) มีแกนกลางทำจาก Stone Plastic Composite ประกอบด้วยหินปูนและ PVC ให้ความแข็งแรงทนทานสูง
- กันน้ำได้ดี เหมาะสำหรับห้องน้ำ ห้องครัว และพื้นที่มีความชื้นสูง
- ติดตั้งง่ายด้วยระบบคลิกล็อก สามารถทำเองได้โดยไม่ต้องใช้กาว
- อายุการใช้งาน 15-25 ปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพและการดูแลรักษา
- ไม่เหมาะกับพื้นที่โดนแสงแดดจัดโดยตรงเป็นเวลานาน เพราะสีซีดจางหรือหดตัวได้
- ราคาเริ่มต้นประมาณ 400-1,500 บาท/ตร.ม. ขึ้นอยู่กับความหนาและยี่ห้อ
พื้น SPC คือ วัสดุปูพื้นสำหรับตกแต่งบ้านที่พัฒนาต่อยอดมาจากกลุ่มของ กระเบื้องยางคือ วัสดุที่ประกอบด้วยหินปูนและ PVC ให้ความแข็งแรงทนทานสูง กันน้ำได้ดี เหมาะสำหรับห้องน้ำ ห้องครัว หรือพื้นที่มีความชื้นสูง
บทความนี้ S.J.Sourcing จะพามาทำความรู้จักว่า SPC คืออะไร ตั้งแต่โครงสร้าง ข้อดี ข้อจำกัด จนถึงวิธีการติดตั้งและการดูแลรักษา เพื่อให้ข้อมูลเหล่านี้ช่วยประกอบการตัดสินใจก่อนเลือกใช้งานจริง
เลือกอ่านตามหัวข้อ
- S.J.Sourcing สรุปให้
- พื้น SPC คืออะไร ?
- ข้อดีของพื้น SPC คืออะไรที่ควรรู้ ?
- ข้อจำกัดของพื้น SPC คืออะไรบ้างที่ต้องพิจารณา ?
- พื้น SPC คือ ต่างกับพื้นประเภทอื่นอย่างไร ?
- พื้น SPC เหมาะกับห้องแบบไหน ?
- อายุการใช้งานของพื้น SPC คือ และเงื่อนไขการรับประกัน
- พื้น SPC คือ วัสดุที่เป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ?
- การติดตั้งพื้น SPC คือ ด้วยตัวเองที่ถูกวิธี
- ปัญหาที่พบบ่อยหลังติดตั้งพื้น SPC คืออะไร แก้ไขได้ตรงไหน ?
- การดูแลรักษาพื้น SPC ทำอย่างไร ?
- สรุป
พื้น SPC คืออะไร ?

พื้น SPC คือ พื้นไวนิลชนิดหนึ่งที่ย่อมาจาก Stone Plastic Composite วัสดุปูหน้าที่พัฒนาต่อยอดมาจากพื้นไวนิลรุ่นก่อนหน้า จุดเด่นอยู่ที่แกนกลางที่มีความแข็งแรงมาก เพราะเกิดจากการผสมผงหินปูน (Limestone) เข้ากับโพลีไวนิลคลอไรด์ (PVC) ด้วยคุณสมบัติด้านความทนทาน การกันน้ำ และมีลวดลายที่ดูคล้ายพื้นไม้จริง ทำให้หลายคนเลือกใช้แทนพื้นไม้ลามิเนตหรือกระเบื้อง
โครงสร้างและส่วนประกอบของพื้น SPC คือ

โครงสร้างของพื้น SPC เป็นแบบหลายชั้นซ้อนกัน มีส่วนประกอบหลัก ๆ ดังนี้ค่ะ
- ชั้น UV Coating อยู่บนสุด ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนและทำให้ผิวหน้าคงความเงา
- ชั้น Wear Layer ชั้นกันสึก มีผลโดยตรงต่อความทนทานในการใช้งาน
- ชั้น Decorative Layer ชั้นฟิล์มที่พิมพ์ลวดลายต่าง ๆ เช่น ลายไม้ หรือลายหิน
- ชั้น SPC Core แกนกลางที่ทำจากหินปูนผสม PVC ให้ความแข็งแรงและคงรูปทรง
- ชั้น IXPE/EVA Underlay (ในบางรุ่น) ชั้นโฟมรองพื้นที่ติดตั้งมาพร้อมแผ่นพื้น ช่วยลดเสียงและเพิ่มความนุ่มสบาย
ราคาของพื้น SPC แตกต่างกันตามส่วนประกอบและคุณภาพการผลิต ราคาขึ้นอยู่กับความหนาของชั้น Wear Layer ความหนาโดยรวมของแผ่นพื้น เทคโนโลยีการพิมพ์ลายที่ให้ผิวสัมผัสสมจริงก็มีผลต่อราคาเช่นกัน รวมถึงแบรนด์ผู้ผลิตและมาตรฐานการรับรองต่าง ๆ ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ราคาของพื้นแต่ละรุ่นไม่เท่ากันค่ะ
ข้อดีของพื้น SPC คืออะไรที่ควรรู้ ?
เมื่อพิจารณาคุณสมบัติ พบว่าพื้น SPC คือวัสดุที่มีจุดเด่นหลายด้าน ทำให้เป็นที่สนใจสำหรับงานตกแต่งบ้านและพื้นที่เชิงพาณิชย์ คุณสมบัติหลักที่ทำให้วัสดุชนิดนี้แตกต่างจากพื้นประเภทอื่น ได้แก่
- กันน้ำกับความชื้น ไม่บวมหรือเสียหายถึงแช่น้ำนาน เหมาะสำหรับห้องน้ำ ห้องครัว และพื้นที่ชื้น
- ความแข็งแรงสูง แกน SPC ทนต่อแรงกดทับได้ดีมาก ไม่บุบหรือยุบตัวง่ายเหมือนพื้นไวนิลทั่วไป
- การคงสภาพ ขยายตัวและหดตัวน้อยมากเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง
- ติดตั้งง่าย ระบบคลิกล็อกไม่ต้องใช้กาว สามารถติดตั้งทับพื้นเดิมได้
- ดูแลรักษาง่าย ทำความสะอาดได้ง่ายด้วยการถูหรือดูดฝุ่น ไม่ต้องขัดเคลือบ
- ความหลากหลาย มีลายไม้ ลายหิน และลายคอนกรีต ให้เลือกมากมาย
- เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง ทนรอยขีดข่วนจากเล็บสัตว์ได้ดี
เจาะลึกข้อดีข้อเสียอย่างละเอียด อ่านต่อได้ที่ พื้น SPC ข้อดีข้อเสีย มีอะไรบ้าง ?
ข้อจำกัดของพื้น SPC คืออะไรบ้างที่ต้องพิจารณา ?
ถึงพื้น SPC คือวัสดุที่มีข้อดีหลายอย่าง แต่ก็มีข้อจำกัดบางอย่างที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกใช้ เพื่อให้แน่ใจว่าเข้ากับความต้องการและสภาพแวดล้อมของบ้านค่ะ
- ความรู้สึกเมื่อสัมผัส ให้ความรู้สึกที่แข็งกว่าพื้นไม้จริงหรือพื้น WPC เมื่อเดิน
- ความทนทานต่อแสงแดด ถ้าสัมผัสแสง UV โดยตรงเป็นเวลานาน สีของพื้นอาจซีดจางลงได้
- การซ่อมแซม ถ้าเกิดความเสียหาย จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งแผ่น ไม่สามารถซ่อมแซมเฉพาะจุด
- เสียงสะท้อน อาจมีเสียงก้องเมื่อเดินหากไม่ได้ติดตั้งแผ่นรองพื้น (Underlay)
- พื้นผิวสำหรับติดตั้ง จำเป็นต้องติดตั้งบนพื้นที่เรียบสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันปัญหาหลังการติดตั้ง
พื้น SPC คือ ต่างกับพื้นประเภทอื่นอย่างไร ?

พื้น SPC คือวัสดุปูพื้นที่แตกต่างจากพื้นประเภทอื่นอย่างเห็นได้ชัด การทำความเข้าใจคุณสมบัติของวัสดุแต่ละชนิดจะช่วยให้ตัดสินใจเลือกสิ่งที่เข้ากับความต้องการได้ง่ายขึ้น การเปรียบเทียบคุณสมบัติหลักของพื้น SPC กับวัสดุชนิดอื่น ดังตารางนี้ค่ะ
| คุณสมบัติ | พื้น SPC | พื้น LVT | พื้นลามิเนต | พื้นไม้จริง |
|---|---|---|---|---|
| การทนน้ำ | ทนได้ดี | ทนได้ดี | ไม่ทน | ไม่ทน |
| ความแข็งแรง | สูงมาก | ปานกลาง | ปานกลาง | สูง |
| ความรู้สึกเดิน | แข็ง | นุ่ม | ปานกลาง | อุ่นและนุ่ม |
| ราคา | ปานกลาง-สูง | ปานกลาง | ต่ำ-ปานกลาง | สูงมาก |
| การติดตั้ง | ง่าย (คลิกล็อก) | ง่าย (กาว) | ง่าย | ยาก |
| การดูแล | ง่าย | ง่าย | ปานกลาง | ยาก |
เปรียบเทียบชัด ๆ ระหว่างสองวัสดุ พื้น spc กับ พื้นลามิเนต
พื้น SPC เหมาะกับห้องแบบไหน ?
ด้วยคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ทนทานต่อน้ำและรอยขีดข่วน ทำให้พื้น SPC คือวัสดุที่เหมาะกับการใช้งานในหลายพื้นที่ ทั้งในบ้านและอาคารพาณิชย์ค่ะ พื้นที่ที่ใช้งานได้ดีมีดังนี้
- ห้องน้ำ ทนความชื้นได้โดยไม่ต้องกังวล
- ห้องครัว ทนคราบสกปรกและทำความสะอาดสะดวก
- ห้องนั่งเล่นกับห้องนอน ให้ความสวยและดูแลไม่ยุ่งยาก
- ร้านค้ากับสำนักงาน ทนทานต่อการเดินและการใช้งาน
- ห้องออกกำลังกาย รับแรงกระแทกได้และทำความสะอาดง่าย
สำหรับพื้นที่ที่ควรระวังในการติดตั้ง SPC คือบริเวณที่โดนแสงแดดจัดโดยตรง เช่น ระเบียง หรือพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงต่อเนื่อง เช่น บริเวณใกล้เตาอบหรือเตาผิง เพราะความร้อนอาจส่งผลต่อวัสดุได้ค่ะ
อายุการใช้งานของพื้น SPC คือ และเงื่อนไขการรับประกัน
พื้น SPC คือวัสดุที่มีอายุการใช้งานเฉลี่ย 15-25 ปี ความทนทานขึ้นอยู่กับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ความหนาของชั้น Wear Layer และการดูแลรักษา โดยแผ่นพื้นที่ชั้น Wear Layer หนา 0.5 มม. ขึ้นไป ก็จะมีแนวโน้มใช้งานได้นานขึ้น
ปัจจัยที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานของพื้น SPC มีหลายอย่างด้วยกัน ได้แก่ ปริมาณการสัญจรในพื้นที่ การดูแลรักษาที่ถูกวิธี และสภาพแวดล้อม เช่น การสัมผัสความชื้นกับแสงแดด เงื่อนไขการรับประกันของพื้น SPC ส่วนใหญ่แบ่งตามประเภทการใช้งาน ดังนี้ค่ะ
| ประเภทการใช้งาน | ระยะเวลารับประกัน (โดยประมาณ) |
|---|---|
| การใช้งานในที่พักอาศัย | 15-25 ปี |
| การใช้งานเชิงพาณิชย์ | 5-10 ปี |
การรับประกันมักครอบคลุมถึงข้อบกพร่องจากการผลิต การซีดจางของสีที่ผิดปกติ และปัญหาการยืดหดของแผ่นพื้นที่ไม่ได้มาตรฐาน แต่ไม่ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดจากการติดตั้งผิดวิธีหรืออุบัติเหตุต่าง ๆ ค่ะ
พื้น SPC คือ วัสดุที่เป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ?
เรื่องสุขภาพเป็นอีกแง่มุมที่หลายคนให้ความสนใจเมื่อเลือกวัสดุปูพื้นค่ะ พื้น SPC คือผลิตภัณฑ์ที่ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าที่ผ่านมาตรฐานสากล
ด้านสุขภาพ พื้น SPC ที่มีคุณภาพจะไม่มีส่วนผสมของสารพาทาเลต (Phthalate-free) และมีค่าการปล่อยสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ในระดับต่ำ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอย่าง FloorScore หรือ Greenguard ก็ช่วยเพิ่มความอุ่นใจในการใช้งานได้
ด้านสิ่งแวดล้อม ส่วนประกอบหลักของพื้น SPC คือ หินปูนผสมกับ PVC โดยตัว PVC สามารถนำไปรีไซเคิลได้ ถึงไม่ใช่มาจากธรรมชาติทั้งหมด แต่ความทนทานของพื้นชนิดนี้ช่วยลดความถี่ในการรื้อถอนและติดตั้งใหม่ นอกจากนี้ ผู้ผลิตบางรายยังนำวัสดุรีไซเคิลมาใช้ในกระบวนการผลิตอีกด้วยค่ะ
การติดตั้งพื้น SPC คือ ด้วยตัวเองที่ถูกวิธี
การที่พื้น SPC คือวัสดุที่ติดตั้งเองได้ง่ายด้วยระบบคลิกล็อก ทำให้หลายคนเลือกที่ลงมือทำเอง แต่เพื่อให้งานออกมาเรียบร้อยและทนทาน การทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องก็เป็นสิ่งจำเป็นค่ะ
การเตรียมพื้นที่
- ตรวจสอบพื้นเดิมให้เรียบสม่ำเสมอ ระดับความต่างไม่ควรเกิน 3 มิลลิเมตร ในระยะ 2 เมตร
- ทำความสะอาดพื้นผิวให้เกลี้ยงเกลา ไม่มีฝุ่นหรือเศษวัสดุหลงเหลือ
- วัดความชื้นของพื้นคอนกรีต ค่าที่วัดได้ควรน้อยกว่า 5%
- นำแผ่นพื้น SPC ไปวางไว้ในห้องที่จะติดตั้งล่วงหน้าอย่างน้อย 48 ชั่วโมง เพื่อให้วัสดุปรับสภาพเข้ากับอุณหภูมิห้อง
ขั้นตอนการติดตั้ง
- ปูแผ่นกันความชื้น (Moisture Barrier) ก่อน ถ้าเป็นการติดตั้งบนพื้นคอนกรีต
- เริ่มปูจากมุมห้อง และเว้นระยะห่างจากผนังประมาณ 5-8 มิลลิเมตร สำหรับการขยายตัวของวัสดุ
- นำแผ่นพื้นมาประกบกันในมุม 20-30 องศา แล้วกดลงเบา ๆ จนคลิกล็อกเข้ากันสนิท
- สำหรับการติดตั้งแถวถัดไป ให้วางรอยต่อของแผ่นพื้นสลับกันอย่างน้อย 30 เซนติเมตร เพื่อความแข็งแรง
- ตัดแผ่นพื้นชิ้นสุดท้ายของแต่ละแถวให้พอดีกับพื้นที่ โดยใช้คัตเตอร์หรือเลื่อยวงเดือน
อ่านเพิ่มเติม: วิธีปูพื้น SPC ด้วยตัวเอง ขั้นตอนง่าย ๆ เปลี่ยนพื้นบ้านเก่าให้ดูใหม่
ปัญหาที่พบบ่อยหลังติดตั้งพื้น SPC คืออะไร แก้ไขได้ตรงไหน ?

ถึงการติดตั้งพื้น SPC จะไม่ซับซ้อน แต่ก็มีโอกาสเกิดปัญหาขึ้นได้หากติดตั้งหรือดูแลไม่ถูกวิธีค่ะ การทำความเข้าใจปัญหาและวิธีแก้ไขเบื้องต้นช่วยยืดอายุการใช้งานของพื้นได้
| ปัญหา | สาเหตุ | วิธีแก้ไข |
|---|---|---|
| พื้นโก่งนูน | เว้นช่องว่างสำหรับขยายตัวน้อยเกิน | รื้อบัวเชิงผนังออก และตัดขอบพื้นให้มีระยะห่าง 5-8 มิลลิเมตร |
| มีเสียงดังขณะเดิน | พื้นผิวเดิมไม่เรียบ หรือไม่ได้ปูแผ่นรองพื้น (Underlay) | อาจต้องรื้อเพื่อปรับระดับพื้น หรือปูแผ่นรองพื้นเพิ่มเติม |
| รอยต่อของแผ่นพื้นแยกออกจากกัน | ล็อกแผ่นพื้นไม่สนิท หรือระดับพื้นไม่สม่ำเสมอ | ถอดแผ่นพื้นที่มีปัญหาออก และติดตั้งใหม่ให้คลิกล็อกเข้ากันพอดี |
| เกิดรอยขีดข่วนบนผิวหน้า | การลากเฟอร์นิเจอร์ หรือของแข็งขูดขีด | ใช้แผ่นสักหลาดรองขาเฟอร์นิเจอร์ และทำความสะอาดด้วยน้ำยาสำหรับพื้น SPC |
การดูแลรักษาพื้น SPC ทำอย่างไร ?
การดูแลรักษาพื้น SPC ให้คงสภาพเดิมนั้นทำได้ไม่ยาก เพราะ SPC คือวัสดุที่ทนทานอยู่แล้ว และไม่ต้องดูแลซับซ้อนเหมือนพื้นไม้จริงค่ะ
การทำความสะอาดประจำวัน
- กวาดหรือใช้เครื่องดูดฝุ่น เพื่อกำจัดเศษทรายและฝุ่นละออง
- ใช้ม็อบชุบน้ำบิดหมาดถูทำความสะอาดสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
- ถ้ามีของเหลวหกบนพื้น ให้รีบเช็ดออกทันทีเพื่อป้องกันการเกิดคราบฝังแน่น
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- การใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์เป็นกรดหรือด่างรุนแรง
- การใช้แผ่นขัดหรือแปรงที่มีขนแข็ง เพราะจะทำให้ผิวหน้าเป็นรอย
- การใช้เครื่องทำความสะอาดระบบไอน้ำ ความร้อนสูงอาจสร้างความเสียหายให้พื้นได้
- การลากเฟอร์นิเจอร์หรือของหนักไปบนพื้นโดยตรง
เทคนิคเพิ่มเติม
- วางพรมเช็ดเท้าไว้บริเวณประตูทางเข้า เพื่อช่วยดักจับฝุ่นทรายจากภายนอก
- ติดแผ่นสักหลาดหรือแผ่นกันรอยไว้ใต้ขาโต๊ะ เก้าอี้ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น
- ใช้จานรองกระถางต้นไม้ที่มีแผ่นกั้น เพื่อไม่ให้ความชื้นสัมผัสกับพื้นโดยตรง
สรุป
พื้น SPC คือ วัสดุปูพื้นที่มอบทั้งความทนทานและดูแลรักษาง่าย ด้วยโครงสร้างหลักที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างหินปูนกับ PVC ทำให้มีคุณสมบัติเด่นเรื่องการทนน้ำได้เต็มที่กับคงรูปทรงได้ดี ไม่ยืดหดตัวง่าย ใช้งานได้กับทุกห้องในบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องเจอกับความชื้นบ่อยอย่างห้องครัวและห้องน้ำ
การทำความเข้าใจว่า SPC คืออะไรนั้นรวมถึงการพิจารณาคุณสมบัติทั้งสองด้าน การเปรียบเทียบข้อดีกับข้อจำกัดทำให้เห็นภาพรวมของวัสดุชนิดนี้ได้ชัดขึ้น ช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าเหมาะกับไลฟ์สไตล์และพื้นที่ใช้งานจริงหรือไม่
เพื่อให้พื้น SPC ใช้งานได้นาน การเลือกผลิตภัณฑ์คุณภาพ การเลือกแผ่นที่มีชั้น Wear Layer หนามากพอช่วยป้องกันรอยขีดข่วนได้ดีขึ้น ประกอบกับการติดตั้งที่ได้มาตรฐานจะช่วยให้พื้นเรียบสนิทและใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ถ้ากำลังมองหาวัสดุที่ลงตัวระหว่างลวดลายที่คล้ายไม้กับความทนทาน พื้น SPC คืออีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะกับบ้านสมัยใหม่ค่ะ


