พื้นลามิเนตกับกระเบื้อง อันไหนดีกว่ากัน ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่

S.J.Sourcing สรุปให้
- พื้นลามิเนตกับกระเบื้อง อันไหนดีกว่ากัน ไม่มีคำตอบตายตัว การเลือกขึ้นอยู่กับพื้นที่ใช้งาน งบที่มี และไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย
- พื้นลามิเนต ตอบโจทย์พื้นที่ภายในที่แห้ง ต้องการความอบอุ่น ลายไม้สวย ติดตั้งไว และช่วยคุมค่าใช้จ่าย
- พื้นกระเบื้อง ตอบโจทย์พื้นที่ที่ต้องการความทนทานสูง ทนความชื้น ทำความสะอาดง่าย และให้ผิวสัมผัสที่เย็น
- การเลือกพื้นสำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงหรือเด็กเล็ก ควรดูเรื่องความทนทานต่อรอยขีดข่วนและการกันลื่นเป็นหลัก
- ค่าใช้จ่ายระยะยาวของกระเบื้องมักคุ้มกว่าลามิเนต ในมุมของการบำรุงรักษาและการซ่อมแซม
"พื้นลามิเนตกับกระเบื้อง อันไหนดีกว่ากัน" คำถามที่หลายคนสงสัย การจะเลือกให้คุ้มค่าที่สุด จำเป็นต้องรู้ถึงข้อดีและ พื้นลามิเนต ข้อเสีย เปรียบเทียบกับกระเบื้อง เพราะพื้นบ้านไม่ได้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของโครงสร้าง แต่ยังส่งผลต่อภาพรวมของบ้าน ความสะดวกในการใช้ชีวิต และค่าใช้จ่ายที่อาจตามมาในอนาคตอีกด้วย
บทความนี้ S.J.Sourcing จะพาไปดูข้อมูลของวัสดุปูพื้นทั้งสองแบบ ตั้งแต่เรื่องโครงสร้าง ข้อดีข้อเสีย ราคา และความทนทาน จนถึงความเข้ากันกับไลฟ์สไตล์ของคนในบ้านแต่ละแบบ เพื่อให้ทุกคนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ และตอบคำถามที่ว่า พื้นลามิเนตกับกระเบื้อง อันไหนดีกว่ากัน ได้ง่ายขึ้นค่ะ
เลือกอ่านตามหัวข้อ
- S.J.Sourcing สรุปให้
- พื้นลามิเนตกับกระเบื้อง อันไหนดีกว่ากัน ? ส่วนประกอบและโครงสร้าง
- ข้อดีและข้อจำกัด พื้นลามิเนตกับกระเบื้อง อันไหนดีกว่ากัน ?
- เรื่องที่ต้องพิจารณา พื้นลามิเนตกับกระเบื้อง อันไหนดีกว่ากัน ?
- พื้นลามิเนตกับกระเบื้อง อันไหนดีกว่ากัน ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัย
- สรุป
พื้นลามิเนตกับกระเบื้อง อันไหนดีกว่ากัน ? ส่วนประกอบและโครงสร้าง

การจะตอบคำถามว่า พื้นลามิเนตกับกระเบื้อง อันไหนดีกว่ากัน ได้นั้น ก็ต้องเข้าใจส่วนประกอบและโครงสร้างของวัสดุทั้งสองแบบก่อนค่ะ เพราะโครงสร้างที่ต่างกันทำให้วัสดุแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและข้อจำกัดที่ไม่เหมือนกัน ดังนี้
โครงสร้างพื้นลามิเนต (Laminate Flooring)

พื้นลามิเนต ผลิตจากการนำผงไม้หรือเศษไม้มาบีบอัดเข้าด้วยกัน โดยใช้ความร้อนและความดันสูงจนกลายเป็นแผ่น HDF (High Density Fiberboard) ที่แข็งแรง แผ่นลามิเนตหนึ่งแผ่นประกอบด้วยชั้นต่าง ๆ 4 ชั้นซ้อนกัน ได้แก่
- ชั้นรองพื้น (Backing Layer) ทำหน้าที่ป้องกันความชื้นจากพื้นด้านล่างและเสริมความแข็งแรงให้แผ่นพื้น
- ชั้นแกนกลาง (Core Layer) เป็นส่วนที่หนาที่สุด ทำจากไม้ HDF ให้ความแข็งแรงทนทาน
- ชั้นลายไม้ (Decorative Layer) แผ่นฟิล์มพิมพ์ลายไม้ที่ให้ความสมจริง
- ชั้นเคลือบป้องกัน (Wear Layer) ชั้นบนสุดที่เคลือบด้วยเมลามีนกับเรซิน ป้องกันรอยขีดข่วนและความชื้นบนผิวหน้า
โครงสร้างกระเบื้อง (เซรามิกและพอร์ซเลน)

- กระเบื้องเซรามิก ผลิตจากดินเหนียวที่ผ่านการเผาด้วยความร้อนประมาณ 1,000-1,100°C
- กระเบื้องพอร์ซเลน ใช้ดินขาว (Kaolin) ผสมกับแร่เฟลด์สปาร์ และเผาด้วยอุณหภูมิสูงกว่า 1,200-1,300°C การเผาที่อุณหภูมิสูงกว่าทำให้เนื้อกระเบื้องพอร์ซเลนแน่น และมีอัตราการดูดซึมน้ำต่ำกว่า 0.5% ทำให้ทนทานกว่ากระเบื้องเซรามิกทั่วไปที่มีอัตราดูดซึมน้ำอยู่ที่ 3-10%
ความแตกต่างของโครงสร้างและวัตถุดิบเป็นจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจว่า พื้นลามิเนตกับกระเบื้อง อันไหนดีกว่ากัน สำหรับพื้นที่ใช้งานแต่ละส่วนของบ้านค่ะ
ข้อดีและข้อจำกัด พื้นลามิเนตกับกระเบื้อง อันไหนดีกว่ากัน ?

พื้นลามิเนตกับกระเบื้อง อันไหนดีกว่ากันนั้น ต้องเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของวัสดุทั้งสองแบบ เพื่อช่วยให้เห็นภาพรวมว่าแต่ละชนิดเหมาะกับการใช้งานแบบไหน ดังนี้
| คุณสมบัติ | ข้อดี | ข้อจำกัด |
|---|---|---|
| พื้นลามิเนต |
|
|
|
กระเบื้อง (เซรามิก/พอร์ซเลน) |
|
|
หากกำลังลังเล อาจลองดูข้อมูลเปรียบเทียบเพิ่มเติม พื้นลามิเนต กับ แกรนิตโต้ หรือเปรียบเทียบข้ามรุ่นอย่าง พื้น spc กับ พื้นลามิเนต เพื่อประกอบการตัดสินใจค่ะ
เรื่องที่ต้องพิจารณา พื้นลามิเนตกับกระเบื้อง อันไหนดีกว่ากัน ?

นอกจากข้อดีข้อเสียข้างต้น ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณาเพื่อช่วยในการตัดสินใจ การทำความเข้าใจในรายละเอียดเหล่านี้ ช่วยให้เลือกวัสดุปูพื้นที่เข้ากับไลฟ์สไตล์และความต้องการของบ้านได้ดีขึ้นค่ะ
1. ราคาค่าวัสดุและค่าติดตั้ง
- ราคาวัสดุ พื้นลามิเนตมีราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 300-1,000 บาทต่อตารางเมตร ขึ้นอยู่กับคุณภาพและความหนาของแผ่นพื้น ส่วนกระเบื้องเซรามิกเริ่มที่ 200-500 บาทต่อตารางเมตร และกระเบื้องพอร์ซเลนอยู่ที่ 400-2,000 บาทต่อตารางเมตรค่ะ
- ด้านค่าแรง ปูพื้นลามิเนต มีราคาประมาณ 100-200 บาทต่อตารางเมตร เพราะติดตั้งได้รวดเร็วด้วยระบบ Click Lock บางคนก็สามารถติดตั้งเองได้ ส่วนกระเบื้องมีค่าแรงอยู่ที่ 150-350 บาทต่อตารางเมตร และยังมีค่าใช้จ่ายสำหรับปูนทราย กาวซีเมนต์ และยาแนวเพิ่มเข้ามาด้วย
2. ความทนทานต่อการใช้งาน
- พื้นลามิเนต มีความทนทานต่อรอยขีดข่วนจากชั้นเคลือบผิว (Wear Layer) วัดค่าความทนทานเป็น AC Rating (AC1-AC5) ยิ่งค่าสูงก็ยิ่งทนทาน แต่ข้อจำกัดของลามิเนตคือไม่ทนน้ำ ถ้าน้ำขังนานทำให้เกิดปัญหา พื้นลามิเนตบวม และเสียหายได้ อายุใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ 5-15 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา
- กระเบื้อง ประเภทกระเบื้องพอร์ซเลนมีความแข็งแรงมาก ทนต่อรอยขีดข่วน น้ำ และความชื้นได้สูง เพราะมีอัตราการดูดซึมน้ำต่ำ แต่ก็มีความเปราะ ถ้าโดนของแข็งกระแทกแรง ๆ ก็มีโอกาสแตกหรือบิ่นได้ อายุใช้งานของกระเบื้องพอร์ซเลนยาวนานเกิน 20 ปีขึ้นไปค่ะ
3. ดีไซน์และผิวสัมผัส
- พื้นลามิเนต ให้บรรยากาศอบอุ่นและมีผิวสัมผัสใกล้เคียงไม้จริง ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ลายไม้ที่คมชัด บางรุ่นมีผิวสัมผัสเป็นร่องลึกเหมือนไม้จริงด้วย ข้อจำกัดคือลายพิมพ์มีโอกาสซ้ำกันได้ แต่ช่างปูพื้นที่มีประสบการณ์ช่วยวางสลับลายให้ดูเป็นธรรมชาติได้
- กระเบื้อง มีลวดลายให้เลือกเยอะมาก ทั้งลายไม้ ลายหินอ่อน และลายกราฟิกต่าง ๆ กระเบื้องพอร์ซเลนให้ลุคที่ดูเรียบหรูกับทันสมัย เพราะขอบกระเบื้องจะคม ปูได้ชิดกัน แต่ให้สัมผัสที่เย็นกว่าพื้นลามิเนตค่ะ
4. การดูแลรักษาและซ่อมแซม
- พื้นลามิเนต การดูแลทำได้สะดวก แค่ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดทำความสะอาด แต่ต้องเลี่ยงการใช้น้ำเยอะ ๆ หรือน้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง การซ่อมแซมทำได้โดยการรื้อแผ่นรอบ ๆ เพื่อเปลี่ยนแผ่นที่เสียหายค่ะ
- กระเบื้อง ทำความสะอาดได้สะดวกมาก ใช้น้ำและน้ำยาทำความสะอาดทั่วไปได้เกือบทุกชนิด ไม่เก็บกลิ่นหรือคราบสกปรกฝังแน่น แต่ถ้ากระเบื้องแตกหรือบิ่น การซ่อมยุ่งยากกว่า เพราะต้องสกัดแผ่นเก่าออกและปูแผ่นใหม่เข้าไปแทน
5. ความเหมาะสมกับพื้นที่ใช้งาน
- พื้นลามิเนต เหมาะกับห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือห้องทำงาน เป็นพื้นที่แห้งและไม่มีความชื้นสูง
- กระเบื้อง เหมาะกับห้องครัว ห้องน้ำ ระเบียง หรือพื้นที่นอกบ้าน เพราะทนน้ำและความชื้นได้เต็มที่ กระเบื้องพอร์ซเลนยังใช้กับพื้นที่ที่มีคนเดินผ่านเยอะ ๆ เช่น ร้านค้า หรือสำนักงาน
6. การติดตั้งและระยะเวลา
- พื้นลามิเนต ติดตั้งได้รวดเร็วด้วยระบบ Click Lock ที่นำแผ่นมาต่อกันบนโฟมรองพื้น ไม่ต้องใช้กาว ทำให้เข้าใช้งานพื้นที่ได้ทันทีหลังติดตั้งเสร็จค่ะ
- กระเบื้อง มีขั้นตอนการติดตั้งที่ซับซ้อนกว่า ต้องมีการเตรียมพื้น ปูกาวซีเมนต์ และยาแนว เสร็จแล้วต้องรอให้ปูนแห้งสนิทอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงถึงจะใช้งานได้ การติดตั้งต้องอาศัยช่างที่มีฝีมือเพื่อป้องกันปัญหากระเบื้องระเบิดหรือแตกร้าวในระยะยาว
พื้นลามิเนตกับกระเบื้อง อันไหนดีกว่ากัน ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัย

พื้นลามิเนตกับกระเบื้อง อันไหนดีกว่ากัน ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และสมาชิกในครอบครัวเป็นหลัก การเลือกวัสดุปูพื้นที่เข้ากับชีวิตประจำวันของคนในบ้าน ช่วยให้การใช้งานสะดวกและเกิดปัญหาน้อยลงในระยะยาวค่ะ
บ้านที่มีสัตว์เลี้ยง
บ้านที่มีสุนัขและแมว พื้นกระเบื้องเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดี เพราะทนทานต่อรอยขีดข่วนจากเล็บของสัตว์เลี้ยง และทำความสะอาดได้ง่ายเมื่อเกิดคราบสกปรกหรือปัสสาวะ ทั้งยังไม่ดูดซับกลิ่นอีกด้วยค่ะ
ส่วนพื้นลามิเนตอาจเกิดรอยขีดข่วนได้ง่ายกว่า และถ้ามีความชื้นซึมลงไปตามร่องก็อาจทำให้พื้นบวมเสียหายได้ แต่ถ้าเลือกลามิเนตเกรดสูงที่มีค่าทนทานต่อรอยขีดข่วน (AC Rating) ระดับ 4-5 และดูแลอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถใช้งานได้เหมือนกัน
บ้านที่มีเด็กเล็ก
ในบ้านที่มีเด็กเล็ก พื้นลามิเนตอาจเป็นทางเลือกที่ดี เพราะมีผิวสัมผัสที่นุ่มและให้ความรู้สึกอุ่นเท้า ถ้าเด็กล้มลงบนพื้นลามิเนต ความรุนแรงของอุบัติเหตุก็น้อยกว่าการล้มบนพื้นกระเบื้องที่แข็งกว่ามาก พื้นลามิเนตยังช่วยดูดซับเสียงได้ ทำให้บรรยากาศในบ้านเงียบสงบขึ้น ควรเลือกลามิเนตที่ได้มาตรฐาน E1 ที่มีการปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ในระดับต่ำ เพื่อสุขภาพของเด็ก ๆ
บ้านที่มีผู้สูงอายุ
เรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ต้องให้ความใส่ใจอย่างมาก โดยเฉพาะการป้องกันการลื่นล้มค่ะ
- พื้นที่แห้ง พื้นลามิเนตเป็นทางเลือกที่ดี เพราะผิวสัมผัสไม่ลื่น ให้ความรู้สึกอบอุ่น และช่วยลดแรงกระแทกถ้าเกิดการล้ม
- พื้นที่เปียก ในห้องน้ำหรือห้องครัว ควรเลือกใช้กระเบื้องที่มีผิวด้านหรือกระเบื้องกันลื่น (Anti-slip) เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และหลีกเลี่ยงการใช้กระเบื้องผิวเงาในบริเวณเหล่านี้
การพิจารณาในด้านอื่น ๆ
เมื่อต้องตัดสินใจว่าพื้นลามิเนตกับกระเบื้อง อันไหนดีกว่ากัน นอกจากเรื่องไลฟ์สไตล์แล้ว ยังมีอีกหลายอย่างที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย การซ่อมแซม ผลต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม จนถึงมูลค่าของบ้านในอนาคตค่ะ
| หัวข้อเปรียบเทียบ | พื้นลามิเนต | พื้นกระเบื้อง |
|---|---|---|
| ค่าใช้จ่ายระยะยาว | ราคาติดตั้งเริ่มต้นน้อยกว่า แต่อายุใช้งานประมาณ 10-15 ปี อาจต้องเปลี่ยนใหม่ | ค่าติดตั้งเริ่มต้นสูงกว่า แต่อายุใช้งานนานมาก และดูแลรักษาน้อย |
| การซ่อมแซม | ซ่อมเฉพาะจุดได้ด้วยระบบ Click Lock แต่ต้องรื้อแผ่นรอบข้างออกก่อน | การซ่อมแซมยากกว่า ต้องสกัดกระเบื้องเก่าออกและปูใหม่ ค่าใช้จ่ายต่อจุดสูงกว่า |
| ผลต่อสุขภาพ | ผลิตจากไม้รีไซเคิล แต่มีส่วนผสมของกาว ควรเลือกรุ่นที่ได้มาตรฐาน E1 หรือ E0 | ทำจากวัสดุธรรมชาติ ไม่ปล่อยสารเคมี และไม่สะสมเชื้อโรค เหมาะกับคนมีอาการภูมิแพ้ |
ผลต่อมูลค่าบ้านเมื่อต้องการขายต่อ

ถ้ามีแผนที่จะขายบ้านในอนาคต วัสดุปูพื้นก็มีผลต่อการตัดสินใจของผู้ซื้อด้วยค่ะ โดยทั่วไปแล้วกระเบื้องพอร์ซเลนคุณภาพสูงช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับบ้านได้มากกว่า เพราะให้ความรู้สึกที่ทนทานและดูหรูหรา
ส่วนพื้นลามิเนตคุณภาพดีก็สามารถสร้างความประทับใจได้ โดยเฉพาะในห้องนอนและห้องนั่งเล่น เพราะให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนไม้จริงในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า แต่ถ้าพื้นเริ่มมีร่องรอยความเสียหายหรือบวมจากความชื้น ก็อาจทำให้มูลค่าของบ้านลดลงได้ค่ะ
สรุป
"พื้นลามิเนตกับกระเบื้อง อันไหนดีกว่ากัน" ยังไม่มีคำตอบที่ตายตัวค่ะ เพราะการเลือกวัสดุปูพื้นขึ้นอยู่กับหลายอย่าง ทั้งพื้นที่ที่จะใช้งาน รูปแบบการใช้ชีวิต และความต้องการของผู้อยู่อาศัยแต่ละคน แนวทางการเลือกมีดังนี้
พื้นลามิเนต
- ชอบลายไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น และมองหาวัสดุที่มีค่าใช้จ่ายไม่สูง
- ใช้งานในพื้นที่แห้ง เช่น ห้องนอน หรือห้องนั่งเล่น
- ต้องการความสะดวกและรวดเร็วในการติดตั้ง หรือต้องการปูทับพื้นเก่า
กระเบื้อง
- มองหาวัสดุที่แข็งแรงทนทาน และใช้งานได้ยาวนาน
- ใช้งานในพื้นที่ที่เจอความชื้นบ่อย ๆ หรือมีสัตว์เลี้ยง
- ต้องการเพิ่มมูลค่าให้บ้านในระยะยาว
การเลือกวัสดุที่เข้ากับพื้นที่และความต้องการเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาค่ะ หลายบ้านเลือกใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน โดยใช้กระเบื้องในบริเวณที่เปียกชื้นและชั้นล่าง ส่วนพื้นลามิเนตใช้ในห้องนอนกับชั้นบน การผสมผสานแบบนี้ก็เป็นอีกหนึ่งคำตอบสำหรับคำถามที่ว่า พื้นลามิเนตกับกระเบื้อง อันไหนดีกว่ากัน เพื่อให้บ้านตอบโจทย์การใช้งานได้ครบทุกส่วนค่ะ


